วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เรื่องการละความพอใจในขันธมาร

ว่าด้วยการละความพอใจในขันธมาร
             [๓๘๙] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้ มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานพระวโรกาสทรงแสดงธรรม โดยย่อแก่ข้าพระองค์ ที่ข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว จะพึงเป็นผู้ๆ เดียว หลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอ พึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย. ดูกรราธะ ก็อะไรเล่าเป็นมาร? ดูกรราธะ รูปเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัด ด้วยสามารถความพอใจในรูปนั้นเสีย. เวทนาเป็นมาร ... สัญญาเป็นมาร ... สังขารเป็นมาร ... วิญญาณเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจ ในวิญญาณนั้นเสีย. ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความ กำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย.
ว่าด้วยการละความพอใจในมารธรรม
             [๓๙๐] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมารธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความ กำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย.
๓. อนิจจสูตร
             [๓๙๑] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนิจจัง ฯลฯ
๔. อนิจจธัมมสูตร
             [๓๙๒] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนิจจธรรม ฯลฯ
๕. ทุกขสูตร
             [๓๙๓] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นทุกข์ ฯลฯ
๖. ทุกขธัมมสูตร
             [๓๙๔] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นทุกขธรรม ฯลฯ

๗. อนัตตาสูตร
             [๓๙๕] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตา ฯลฯ
๘. อนัตตธัมมสูตร
             [๓๙๖] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตธรรม ฯลฯ
๙. ขยธัมมสูตร
             [๓๙๗] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นขยธรรม ฯลฯ
๑๐. วยธัมมสูตร
             [๓๙๘] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นวยธรรม ฯลฯ
๑๑. สมุทยธัมมสูตร
             [๓๙๙] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นสมุทยธรรม ฯลฯ
ว่าด้วยการละความพอใจในสิ่งที่รู้จักดับ
             [๔๐๐] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึง ที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานพระวโรกาสทรงแสดง ธรรมโดยย่อแก่ข้าพระองค์ ที่ข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว พึงเป็นผู้ๆ เดียว หลีกออกจากหมู่ ไม่ ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็น นิโรธธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้น เสีย. ดูกรราธะ อะไรเป็นนิโรธธรรม? ดูกรราธะ รูปเป็นนิโรธธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในรูปนั้นเสีย. เวทนาเป็นนิโรธธรรม ฯลฯ สัญญาเป็นนิโรธธรรม ฯลฯ สังขารเป็นนิโรธธรรม ฯลฯ วิญญาณเป็นนิโรธธรรม เธอพึงละความ พอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในวิญญาณนั้นเสีย.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น